แบบทดสอบปรนัยโครงงาน / ทฤษฎี | ชั้น 10

ยินดีต้อนรับสู่แบบทดสอบวิชาวรรณคดีไทยสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 10 ในหน่วยวรรณคดี เรื่อง โครงงานและทฤษฎี ซึ่งครอบคลุมหัวข้อเกี่ยวกับการวิจัยทางวัฒนธรรมและวรรณกรรม เพื่อทดสอบความเข้าใจของคุณเกี่ยวกับแนวคิดที่สำคัญ กรุณาตอบคำถามทั้ง 10 ข้อให้ครบถ้วนแล้วกด “ส่งแบบทดสอบ” เพื่อดูผลลัพธ์ของคุณ คุณสามารถดาวน์โหลดสรุปผลการสอบพร้อมเฉลยในรูปแบบ PDF ได้หลังจากเสร็จสิ้น

การวิจัยทางวัฒนธรรมและวรรณกรรม

การวิจัยทางวัฒนธรรมและวรรณกรรมเป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยให้นักเรียนและผู้สนใจได้เข้าใจถึงความลึกซึ้งของวรรณคดีและบริบททางวัฒนธรรมที่หล่อหลอมงานเหล่านั้น การทำโครงงานหรือการศึกษาเชิงทฤษฎีในด้านนี้ไม่เพียงแต่พัฒนาทักษะการวิเคราะห์และการเขียน แต่ยังส่งเสริมความตระหนักรู้ในมรดกทางปัญญาของชาติอีกด้วย

ประเด็นสำคัญในการวิจัย

  • การกำหนดปัญหาและวัตถุประสงค์: ขั้นตอนแรกสุดคือการระบุสิ่งที่ต้องการศึกษาและกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน เพื่อให้การวิจัยมีทิศทางและขอบเขตที่แน่นอน
  • การรวบรวมข้อมูล: แบ่งเป็นข้อมูลปฐมภูมิ (งานต้นฉบับ บันทึกส่วนตัว บทละคร คำประพันธ์) ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้โดยตรงจากแหล่งกำเนิด และข้อมูลทุติยภูมิ (บทวิจารณ์ งานวิเคราะห์ บทความทางวิชาการ) ซึ่งเป็นข้อมูลที่ผ่านการตีความหรือสังเคราะห์มาแล้ว
  • วิธีการวิจัย:
    • เชิงประวัติศาสตร์: ศึกษาพัฒนาการ ภูมิหลัง และเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับวรรณคดีนั้นๆ
    • เชิงวิเคราะห์: วิเคราะห์โครงสร้าง เนื้อหา ตัวละคร กลวิธีการประพันธ์ ภาษา และสัญลักษณ์ในวรรณคดี
    • เชิงวัฒนธรรม: ศึกษาอิทธิพลของวัฒนธรรมที่มีต่องานวรรณกรรม การสะท้อนค่านิยม ความเชื่อ ประเพณี และวิถีชีวิตในงานเหล่านั้น
  • จริยธรรมการวิจัย: เป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่นักวิจัยต้องยึดถือ ได้แก่ การอ้างอิงแหล่งที่มาของข้อมูลอย่างถูกต้อง การเคารพสิทธิ์ของเจ้าของผลงาน และความซื่อสัตย์ทางวิชาการ ไม่บิดเบือนข้อมูลหรือคัดลอกผลงานผู้อื่น
  • การเขียนรายงานและบรรณานุกรม: การนำเสนอผลการศึกษาอย่างเป็นระบบและชัดเจน พร้อมทั้งแสดงรายการแหล่งข้อมูลทั้งหมดที่ใช้ในการวิจัย (บรรณานุกรม) เพื่อแสดงความน่าเชื่อถือและให้เกียรติเจ้าของผลงาน

ตารางสรุปประเภทข้อมูลในการวิจัยวรรณคดี

ประเภทข้อมูล ตัวอย่าง ลักษณะ
ปฐมภูมิ ต้นฉบับวรรณคดี, บันทึกกวี, เอกสารโบราณ ข้อมูลดั้งเดิม, ไม่ผ่านการตีความ
ทุติยภูมิ บทวิจารณ์, บทความวิชาการ, หนังสือประวัติวรรณคดี ข้อมูลที่ผ่านการตีความหรือวิเคราะห์แล้ว

การทบทวนอย่างรวดเร็ว

  • โครงงานวิจัยเริ่มต้นที่ “ปัญหา” ที่ต้องการแก้ไขหรือศึกษา
  • แหล่งปฐมภูมิคือ “ของจริง” หรือหลักฐานชิ้นแรก
  • การวิเคราะห์วรรณคดีคือ “การตีความ” ความหมายและองค์ประกอบ
  • จริยธรรมคือ “ความซื่อสัตย์” และการให้เกียรติผู้อื่น
  • บรรณานุกรมคือ “การให้เครดิต” แก่แหล่งข้อมูลทั้งหมด

คำถามฝึกหัดเพิ่มเติม

  1. ถ้าต้องการศึกษาว่าสังคมไทยในอดีตมีความเชื่อเรื่องผีสางเทวดาอย่างไร ควรศึกษาจากวรรณคดีประเภทใด?
    • ก. นิทานพื้นบ้าน ตำนาน
    • ข. บทละครสมัยใหม่
    • ค. วรรณคดีเชิงวิพากษ์
    • ง. สารคดีท่องเที่ยว
  2. “การวิเคราะห์ฉากและบรรยากาศในนวนิยายเรื่องสี่แผ่นดิน” เป็นหัวข้อวิจัยที่เน้นการศึกษาในด้านใด?
    • ก. ชีวประวัติผู้แต่ง
    • ข. การวิเคราะห์เนื้อหา
    • ค. การเปรียบเทียบวรรณคดี
    • ง. การตลาดวรรณกรรม
  3. เหตุใดการเขียนเชิงอรรถและบรรณานุกรมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการทำวิจัย?
    • ก. เพื่อให้รายงานดูเป็นวิชาการมากขึ้น
    • ข. เพื่อป้องกันการคัดลอกผลงาน
    • ค. เพื่ออ้างอิงแหล่งที่มาและแสดงความน่าเชื่อถือ
    • ง. ถูกทุกข้อ
  4. ข้อใดคือคุณสมบัติของนักวิจัยที่ดี?
    • ก. มีความรอบรู้ในทุกด้าน
    • ข. มีความอดทนและละเอียดรอบคอบ
    • ค. สามารถทำงานได้รวดเร็ว
    • ง. ชอบแสดงความคิดเห็นส่วนตัว
  5. หากต้องการศึกษาอิทธิพลของพระพุทธศาสนาในวรรณคดีไทย ควรใช้วิธีการวิจัยแบบใดเป็นหลัก?
    • ก. วิจัยเชิงทดลอง
    • ข. วิจัยเชิงประวัติศาสตร์และวิเคราะห์เนื้อหา
    • ค. วิจัยเชิงสำรวจ
    • ง. วิจัยเชิงปฏิบัติการ