Poem Writing MCQs Quiz | Class 10
แบบทดสอบนี้จัดทำขึ้นสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 (Class X) ในวิชาภาษาไทย (Subject: Thai) หน่วยการเรียนรู้การเขียนเชิงสร้างสรรค์ (Unit: Creative Writing) โดยเน้นหัวข้อเรื่องการเขียนบทกวี (Topic: Poem Writing MCQs Quiz) และครอบคลุมประเด็นสำคัญเกี่ยวกับบทกวีตามหัวข้อและภาษาภาพพจน์ (Covering topics: Thematic poetry, figurative language) เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและทักษะในการประพันธ์บทกวี กรุณาตอบคำถามทั้งหมด 10 ข้อแล้วคลิกปุ่ม ‘ส่งแบบทดสอบ’ เพื่อดูผลลัพธ์และสามารถดาวน์โหลดเอกสารสรุปคำตอบเป็นไฟล์ PDF ได้
สรุปสาระสำคัญ: การเขียนบทกวีและภาษาภาพพจน์
การเขียนบทกวีเป็นศิลปะการใช้ภาษาเพื่อถ่ายทอดอารมณ์ ความคิด และจินตนาการ ผู้เขียนบทกวีมักใช้ภาษาที่ประณีต มีจังหวะ สัมผัส และที่สำคัญคือการใช้ภาษาภาพพจน์เพื่อสร้างความประทับใจและความลึกซึ้งให้กับผู้อ่าน
บทกวีตามหัวข้อ (Thematic Poetry)
บทกวีตามหัวข้อคือบทกวีที่มุ่งเน้นไปยังสารัตถะหรือแก่นเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างชัดเจน อาจเป็นเรื่องธรรมชาติ ความรัก สังคม หรือปรัชญาต่างๆ ผู้เขียนจะต้องรักษา “ธีม” หรือหัวข้อหลักไว้ตลอดทั้งบทกวี เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจเจตนาและสารที่ต้องการสื่อสารอย่างชัดเจน
ภาษาภาพพจน์ (Figurative Language)
ภาษาภาพพจน์คือกลวิธีการใช้ภาษาที่สร้างความรู้สึก ความคิด และจินตนาการให้กับผู้อ่านเป็นพิเศษ โดยการเปรียบเทียบหรือกล่าวอ้างในลักษณะที่แตกต่างไปจากการใช้ภาษาโดยตรง ช่วยให้บทกวีมีความงดงาม มีชีวิตชีวา และสื่อความหมายได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
- อุปมา (Simile): การเปรียบเทียบสิ่งหนึ่งกับอีกสิ่งหนึ่งโดยมีคำเชื่อมที่แสดงการเปรียบเทียบอย่างชัดเจน เช่น เหมือน ดุจ ประดุจ เพียง ราวกับ เปรียบดัง เช่น “เธอสวยเหมือนนางฟ้า”
- อุปลักษณ์ (Metaphor): การเปรียบเทียบสิ่งหนึ่งเป็นอีกสิ่งหนึ่งโดยไม่ใช้คำเชื่อม มักใช้คำว่า “คือ” หรือ “เป็น” เช่น “เธอคือดอกฟ้าของฉัน”
- บุคลาธิษฐาน (Personification): การสมมติให้สิ่งไม่มีชีวิต สัตว์ หรือความคิดนามธรรม มีอากัปกิริยา ความรู้สึก หรือคุณสมบัติเหมือนมนุษย์ เช่น “ท้องฟ้าส่งเสียงร้องไห้ครืนครืน”
- อติพจน์ (Hyperbole): การกล่าวเกินจริงเพื่อเน้นความรู้สึก อารมณ์ หรือความสำคัญของสิ่งนั้นๆ เช่น “คิดถึงเธอจนใจจะขาด”
- สัทพจน์ (Onomatopoeia): การเลียนเสียงธรรมชาติ หรือเสียงของสิ่งต่างๆ เพื่อให้ผู้อ่านเกิดจินตนาการถึงเสียงนั้นๆ เช่น “เสียงกบร้องอ๊บๆ”, “ฟ้าร้องครืนครืน”
- นามนัย (Metonymy): การใช้คำหรือวลีที่สัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องกันอย่างใกล้ชิดมาเรียกแทนสิ่งนั้น เช่น “เมืองโอ่ง” แทนจังหวัดราชบุรี
- ปฏิพากย์ (Paradox): การใช้ถ้อยคำหรือข้อความที่ดูเหมือนจะขัดแย้งกันในตัวเอง แต่เมื่อพิจารณาอย่างลึกซึ้งแล้วกลับมีความหมายที่น่าคิดและเป็นจริง เช่น “แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร”
ตารางสรุปภาษาภาพพจน์และตัวอย่าง
| ชนิดของภาษาภาพพจน์ | ตัวอย่าง |
|---|---|
| อุปมา | เหมือนดั่งดวงใจ |
| อุปลักษณ์ | เธอคือดวงตะวัน |
| บุคลาธิษฐาน | สายลมกระซิบ |
| อติพจน์ | ร้อนจนไฟลุก |
| สัทพจน์ | แก้วแตกเพล้ง! |
ข้อแนะนำในการเขียนบทกวี
- เลือกหัวข้อที่สนใจและมีความเข้าใจลึกซึ้ง เพื่อให้สามารถถ่ายทอดอารมณ์และความคิดได้อย่างเต็มที่
- สร้างจินตภาพและอารมณ์ที่ต้องการสื่อสารให้ชัดเจน ก่อนลงมือเขียน
- เลือกใช้คำที่เหมาะสม ไพเราะ และสื่อความหมายได้ลึกซึ้ง พยายามหลีกเลี่ยงคำฟุ่มเฟือย
- พิจารณาเรื่องจังหวะและสัมผัส (สัมผัสในและสัมผัสนอก) เพื่อให้บทกวีมีความไพเราะและน่าอ่าน
- ใช้ภาษาภาพพจน์เพื่อเพิ่มความงาม ความลึกซึ้ง และสร้างความประทับใจให้กับผู้อ่าน
คำถามฝึกหัดเพิ่มเติม
- จงอธิบายความแตกต่างระหว่างอุปมาและอุปลักษณ์พร้อมยกตัวอย่างประกอบ
- การใช้สัมผัสในบทกวีมีประโยชน์อย่างไรบ้าง
- ยกตัวอย่างภาษาภาพพจน์ประเภทบุคลาธิษฐานมา 2 ตัวอย่าง พร้อมอธิบาย
- หากต้องการเขียนบทกวีเกี่ยวกับ “ความหวัง” ควรมีแนวคิดหลักหรือภาพที่ต้องการสื่อสารอย่างไร
- อะไรคือความสำคัญของการมี “ธีม” ที่ชัดเจนในบทกวี

Content created and reviewed by the CBSE Quiz Editorial Team based on the latest NCERT textbooks and CBSE syllabus. Our goal is to help students practice concepts clearly, confidently, and exam-ready through well-structured MCQs and revision content.